หอการค้าไทย ถก ปลัดเกษตรฯ ชู 6 ข้อเสนอ Quick Win ปฏิรูปภาคเกษตรและอาหารไทย มุ่งสร้างการเติบโตใหม่ให้กับประเทศไทยอย่างยั่งยืน
วันที่ 26 ตุลาคม 2569 ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการ นำคณะผู้บริหารหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ได้แก่ คุณวิบูลย์ สุภัครพงษ์กุล คุณชูศักดิ์ ชื่นประโยชน์ ดร.วิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานกรรมการ คุณธวัชชัย เศรษฐจินดา กรรมการเลขาธิการ คุณอดิศร์ กฤษณวงศ์ กรรมการบริหาร คุณคมกริช นาคะลักษณ์ กรรมการรองเลขาธิการ และคุณอมรเทพ ทวีพานิชย์ ผู้อำนวยการบริหารหอการค้าไทย
เข้าพบหารือร่วมกับปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์) และคณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ณ ห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อเสนอแนวทางส่งเสริมและพัฒนาภาคเกษตรและอาหารของประเทศไทย ตลอดจนผลักดันความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนให้เกิดผลเป็นรูปธรรม
โดยได้เสนอแนวทางส่งเสริมและพัฒนาภาคเกษตรและอาหารของประเทศไทย 6 ด้านสำคัญ ดังนี้
1. การฟื้นฟูภาคเกษตรและอาหารไทย โดยการมุ่งขับเคลื่อน Reinvent Thailand ด้านเกษตรและอาหาร เพื่อสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน พร้อมทั้งเสนอความร่วมมือในการพัฒนาโครงการต้นแบบ Smart Farm บางตะไนย์ โมเดล เพื่อเป็นศูนย์เรียนรู้และฝึกอบรมเกษตรสมัยใหม่ เชื่อมโยงเทคโนโลยี การผลิต และตลาด ตลอดจนเร่งแก้ไขปัญหาการส่งออกน้ำเชื่อมไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีน และส่งเสริมความร่วมมือบทบาทศูนย์ AFC ในการเชื่อมโยงข้อมูลและประสานความร่วมมือเพื่อแก้ไขปัญหาสินค้าเกษตรล้นตลาดและราคาตกต่ำ
2. การพัฒนาด้านประมงและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง โดยได้เสนอแนวทางเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมอาหารทะเลแช่เยือกแข็ง ผ่านการแก้ไขปัญหาวัตถุดิบขาดแคลน การอำนวยความสะดวกในการนำเข้าวัตถุดิบเพื่อแปรรูปและส่งออก การพัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับ และการยกระดับมาตรฐานฟาร์มปลาน้ำจืด โดยเฉพาะปลาดุกและปลายี่สก เพื่อเพิ่มโอกาสในการส่งออกและขยายตลาดต่างประเทศ
3. การเพิ่มมูลค่าพืชเกษตร โดยเฉพาะผักและผลไม้ โดยมุ่งพัฒนาระบบบริหารจัดการผลไม้ไทยให้สอดคล้องกับปริมาณผลผลิตและความต้องการของตลาด พร้อมเร่งแก้ไขปัญหาคอขวดด้านโลจิสติกส์และการส่งออกผลไม้ไปจีน ส่งเสริมระบบตรวจสอบสินค้าและการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างประเทศ ตลอดจนลดต้นทุนปุ๋ยและปัจจัยการผลิตด้วยการกระจายแหล่งนำเข้า ส่งเสริมการผลิตปุ๋ยในประเทศ และสนับสนุนการใช้พลังงานทางเลือกในภาคเกษตร
4. การพัฒนาพืชเศรษฐกิจหลัก โดยเสนอแนวทางส่งเสริมการใช้เอทานอลที่ผลิตในประเทศและขยายตลาดผลิตภัณฑ์ชีวภาพ โดยเชื่อมโยงวัตถุดิบจากอ้อย กากน้ำตาล และมันสำปะหลัง เข้าสู่อุตสาหกรรมพลังงานทดแทนและอุตสาหกรรมชีวภาพ เพื่อสร้างตลาดรองรับผลผลิตทางการเกษตร เพิ่มมูลค่าวัตถุดิบ และสนับสนุนรายได้ของเกษตรกรในระยะยาว
5. การพัฒนาอาหารแปรรูปและอาหารแห่งอนาคต โดยการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางความมั่นคงทางอาหารของภูมิภาค (Food Security Hub) ผ่านการส่งเสริมวัตถุดิบเกษตรในประเทศ การพัฒนาพืชและสมุนไพรที่มีศักยภาพ การยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารฮาลาล รวมถึงการบริหารจัดการ Food Loss และ Food Waste โดยส่งเสริมการกระจายอาหารส่วนเกินที่ปลอดภัย การพัฒนาผลิตภัณฑ์จากวัสดุเหลือใช้ และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน
6. การพัฒนาด้านปศุสัตว์และแปรรูป โดยเสนอการยกระดับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อในกลุ่มจังหวัดภาคอีสานใต้ ผ่านการพัฒนามาตรฐานฟาร์ม ลดต้นทุนอาหารสัตว์ เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และเชื่อมโยงตลาดเนื้อโคคุณภาพ ขณะเดียวกันมุ่งเพิ่มผลผลิตโคนม ลดต้นทุนการเลี้ยง พัฒนาระบบบริหารจัดการสมดุลน้ำนมดิบ และส่งเสริมการแปรรูปผลิตภัณฑ์นมมูลค่าสูง เพื่อเพิ่มโอกาสทางการตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ทั้งนี้ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการตามข้อเสนอของภาคเอกชน ดังนี้
- การส่งออกน้ำเชื่อมไปจีน มอบหมาย มกอช. เร่งหารือ กรมวิชาการเกษตร เพื่อกำหนดแนวทางและกลไกการตรวจรับรองโรงงานให้สามารถดำเนินการได้โดยเร็ว
- การขับเคลื่อนกลไก AFC มอบหมาย กรมส่งเสริมการเกษตร ประสาน สำนักงานเกษตรจังหวัดและหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานร่วมกับภาคเอกชน และแก้ไขปัญหาสินค้าเกษตรในระดับพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม
- การพัฒนาด้านประมง มอบหมาย กรมประมง จัดทำกรอบระยะเวลาดำเนินงานที่ชัดเจน ทั้งการปรับแนวทางตรวจโรคกุ้งขาว การส่งเสริมการรับรองมาตรฐาน GAP สำหรับฟาร์มปลาน้ำจืด และการแก้ไขปัญหาการนำเข้าลูกกุ้ง โดยให้เร่งเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาด้านสุขอนามัยสัตว์ภายในสัปดาห์ถัดไป และกำหนดเป้าหมายการดำเนินงานให้ชัดเจนภายในเดือนธันวาคม 2569
- การเพิ่มมูลค่าพืชเกษตร มอบหมาย กรมวิชาการเกษตร และ กรมส่งเสริมการเกษตร ทบทวนมาตรการที่ดำเนินการอยู่ พร้อมชี้แจงแนวทางและระบุพื้นที่นำร่อง โดยประสานความร่วมมือกับหอการค้าไทย
- การพัฒนาอาหารแปรรูปและอาหารแห่งอนาคต มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการข้อเสนอของภาคเอกชนให้สอดคล้องกับโครงการและมาตรการที่กระทรวงฯ ดำเนินการอยู่ เพื่อกำหนดแนวทางขับเคลื่อนร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ
- การพัฒนาด้านปศุสัตว์และผลิตภัณฑ์นม มอบหมาย กรมปศุสัตว์ หารือร่วมกับภาคเอกชน โดยเฉพาะการบริหารจัดการสมดุลระหว่างอุปสงค์และอุปทานน้ำนมดิบ การรับซื้อน้ำนมในประเทศ และการบริหารจัดการนมในระบบและโครงการนมโรงเรียน เพื่อให้เกิดแนวทางแก้ไขปัญหาที่เหมาะสมร่วมกัน
ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์และหอการค้าไทยจะติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานร่วมกัน และกำหนดประชุมหารืออีกครั้งในช่วงกลางเดือนธันวาคม 2569 ณ หอการค้าไทย เพื่อผลักดันข้อเสนอไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม





















