หอการค้าไทยหารือสถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ เดินหน้ายกระดับภาคเกษตรและเกษตรแปรรูปไทย
วันที่ 6 ตุลาคม 2569 ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการ พร้อมด้วย ดร.ชนินทร์ ชลิศราพงศ์ รองประธานกรรมการ คุณธวัชชัย เศรษฐจินดา กรรมการเลขาธิการ คุณคมกริช นาคะลักษณ์ กรรมการรองเลขาธิการ และคุณอมรเทพ ทวีพานิชย์ ผู้อำนวยการบริหาร ได้ให้สัมภาษณ์แก่สถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ ในประเด็นการยกระดับภาคเกษตรและเกษตรแปรรูปไทย ณ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
สถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ ได้จัดทำพิมพ์เขียว (Blueprint) การยกระดับภาคเกษตรและเกษตรแปรรูปไทย โดยรวบรวมความคิดเห็นจากคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์ฯ) เพื่อกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และผลักดันสินค้าเกษตรไทยสู่ตลาดมูลค่าสูงอย่างยั่งยืน
ร่างพิมพ์เขียวดังกล่าวนำเสนอทั้งศักยภาพและความท้าทายของภาคเกษตรไทย โดยประเทศไทยมีศักยภาพจากการเติบโตของตลาดอาหาร ผลิตภัณฑ์ชีวภาพ และฐานผู้ประกอบการตลอดห่วงโซ่คุณค่า ขณะที่ยังมีข้อจำกัดสำคัญ ได้แก่ ขนาดแปลงเกษตรที่กระจัดกระจาย พื้นที่เกษตรนอกเขตชลประทาน ปัญหาการถือครองที่ดิน ห่วงโซ่คุณค่าที่ยังไม่เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ ตลอดจนข้อจำกัดด้านเงินทุนและกฎระเบียบ
พร้อมกันนี้ ได้เสนอแนวทางการขับเคลื่อน Reinvent Thailand โดยยึดหลัก 3 ประการ ได้แก่ การทำงานอย่างรอบด้านและเกิดผลได้จริง การพัฒนาตลอดห่วงโซ่คุณค่า และการขยายผลได้ โดยเน้นการระบุปัญหาและอุปสรรคร่วมกัน กำหนดเจ้าภาพและ Commitment ที่ชัดเจน พร้อมติดตามผลด้วยตัวชี้วัด (KPI) อย่างเป็นระบบ
สำหรับแนวทางสำคัญ ประกอบด้วย 5 Flagship Pilots ได้แก่
- ผลักดันสินค้าเกษตรและอาหารสู่ตลาดมูลค่าสูง
- พัฒนาคลัสเตอร์ผักและผลไม้มาตรฐานสูง
- ยกระดับสินค้าคุณภาพเพื่อตอบโจทย์ตลาดในประเทศและทดแทนการนำเข้า
- สร้างอุตสาหกรรมแห่งอนาคตจากฐานเกษตร
- ยกระดับการแปรรูปเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน
พร้อมทั้งได้นำเสนอกรณีศึกษา อาทิ การยกระดับ ทุเรียนพรีเมียม จากการมุ่งเน้นตลาดปริมาณสู่ตลาดที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ โดยพัฒนาเป็นคลัสเตอร์ทุเรียนที่มีความพรีเมียม ยั่งยืน และตรวจสอบย้อนกลับได้ นำเทคโนโลยีมาใช้ตลอดห่วงโซ่ พร้อมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านระบบน้ำและ Cold Chain ขณะที่ภาคเอกชนร่วมสร้าง Market Commitment และระบบคัดเกรด ส่วนภาครัฐสนับสนุนมาตรฐานและกลไกทางการเงิน
นอกจากนี้ อุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยง ถือเป็นอีกหนึ่งโอกาสสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยมุ่งยกระดับจากสินค้ามาตรฐานสู่ผลิตภัณฑ์พรีเมียมและ Functional Food พร้อมผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น Global Premium Pet Food Hub ผ่านการใช้ Automation, AI และ Digital Production Planning รวมถึงการจัดตั้ง Shared Innovation & Testing Labs เพื่อสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์
ดร.พจน์ เสนอว่าการยกระดับภาคเกษตรกรรมของไทยควรมุ่งเน้นการส่งเสริมใน 4 ด้าน ได้แก่
- การจัดทำโซนพื้นที่การเกษตร ส่งเสริมการจัดทำโซนนิ่งให้เหมาะสมกับศักยภาพของแต่ละพื้นที่
- การปรับปรุงพันธุ์พืชและสัตว์ พัฒนาและปรับปรุงพันธุ์ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น เพื่อเพิ่มผลผลิตและยกระดับคุณภาพ
- การบริหารจัดการน้ำ พัฒนาระบบบริหารจัดการน้ำภาคเกษตรให้มีประสิทธิภาพและยั่งยืนตลอดห่วงโซ่การผลิต เพื่อให้มีน้ำเพียงพอและบริหารจัดการได้อย่างคุ้มค่า
- การควบคุมปัจจัยการผลิต ลดและควบคุมต้นทุนปัจจัยการผลิตที่สำคัญ เพื่อลดต้นทุนให้กับเกษตรกรและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
ทั้งนี้ หอการค้าไทยได้นำเสนอแนวทาง Big Quick Win สินค้าเกษตร (Product Based) อาทิ อาหารสัตว์เลี้ยง กุ้งขาวแวนนาไม ข้าวหอมมะลิ นมโค อ้อย และกาแฟ พร้อมเสนอการพัฒนา Agenda Based เพื่อการวิจัยและพัฒนา (R&D) ในการเพิ่ม Productivity ทั้งการพัฒนาพันธุ์พืชและสัตว์ การลดต้นทุนปัจจัยการผลิตและพลังงาน การลงทุนระบบน้ำ การเชื่อมโยงฐานข้อมูลกลาง การพัฒนา Digital Traceability ตลอดจนการสนับสนุน Innovation Funding เพื่อเป็นกลไกในการสนับสนุนขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
Next Step: ประธานฯ ขอให้สถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ นำข้อเสนอต่าง ๆ ไปปรับปรุง และนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการ กกร. ในเดือนธันวาคม 2569 เพื่อเตรียมนำเสนอต่อคณะกรรมการ กรอ. ต่อไป



























